พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ
 

 พระราชบัญญัติ
 กฎ/ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
 กฏ/ประกาศ ก.พ.อ.
 หนังสือเวียนจาก สกอ.
 พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ
 ข้อบังคับ
 ระเบียบ
 ประกาศ
 คำสั่ง
 หนังสือเวียนจาก กระทรวงการคลัง
 
แต่งตั้งผู้บริหาร
 

 คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย
 
ข้อมูลบุคลากร
 

 จำนวนบุคลากรทั้งหมดในมหาวิทยาลัย
 กรอบอัตราพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ (เงินงบประมาณแผ่นดิน)
 กรอบอัตราพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ (เงินรายได้)
 
บุคลากร
 

 พนักงานราชการ
 
คู่มือการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
 

  คู่มือสำหรับบุคลากรสายสนับสนุน
  คู่มือสำหรับอาจารย์
 
คู่มือการสอบสวนวินัย
 

 
  วิธีการใช้งาน
  แนวทางการลงโทษทางวินัย
 
สิทธิการลาของบุคลากร
 

 ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานมหาวิทยาลัย
 พนักงานราชการ
 ลูกจ้างชั่วคราว
 
รายงานการมาปฏิบัติราชการ (สแกนลายนิ้วมือ)
 

 เมษายน2560
 พฤษภาคม2560
 มิถุนายน 2560
 กรกฎาคม 2560
 
ลิงค์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
 
จำนวนผู้เข้าชม
 


วันนี้มีคนเข้าชม : 1

เมื่อวานนี้มีคนเข้าชม : 0
เดือนนี้มีคนเข้าชม : 181
ปีนี้มีคนเข้าชม : 1125
ปีที่แล้วคนเข้าชม : 31564

คุณเป็นคนเข้าชมลำดับที่

เริ่มใช้งาน : July 25th 2011
 
ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานมหาวิทยาลัย  
 

ประเภทการลา สิทธิการลา
 การลาป่วย มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาป่วย ปีงบประมาณหนึ่งไม่เกิน 60 วันทำการ
แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ตำแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป เห็นสมควร
จะให้จ่ายเงินเดือนต่อไปอีกก็ได้ แต่ไม่เกิน 60 วันทำการ
กรณี ลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์
หมายเหตุ : การมีสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือน การลากิจ + ลาป่วย รวมกันครึ่งปี
งบประมาณต้องไม่เกิน 23 วันทำการ (1 เม.ย.-30 ก.ย. ) / (1 ต.ค. - 31 มี.ค.)
 การลากิจส่วนตัว มีสิทธิลากิจส่วนตัว โดยได้รับเงินเดือนในปีงบประมาณหนึ่งไม่เกิน 45 วันทำการ
แต่ปีแรกที่เริ่มรับราชการมีสิทธิลาไม่เกิน 15 วันทำการ
หมายเหตุ : การมีสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือน การลากิจ + ลาป่วย รวมกันครึ่งปีงบประมาณต้องไม่เกิน 23 วันทำการ
 การลาพักผ่อน มีสิทธิลาพักผ่อนปีละ 10 วันทำการ มีสิทธิสะสมวันลาได้
สำหรับปีแรกต้องทำงานครบ 6 เดือน จึงจะมีสิทธิลาพักผ่อน
กรณี 1.ปฏิบัติราชการไม่ถึง 10 ปี ให้ได้รับสิทธิสะสมวันลารวมปีงบประมาณปัจจุบันจะต้องไม่เกิน 20 วันทำการ
กรณี 2.ปฏิบัติราชการมากกว่า 10 ปี ให้ได้รับสิทธิสะสมวันลารวมปีงบประมาณปัจจุบันจะต้องไม่เกิน 30 วันทำการ
 การลาอุปสมบทหรือ
ลาไปประกอบพิธีฮัจย์
1. กรณีมีความประสงค์จะลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณา หรืออนุญาตก่อนวันอุปสมบทหรือก่อนวันเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ไม่น้อยกว่า 60 วัน มีสิทธิลาได้ไม่เกิน 120 วัน และต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีสิทธิลาได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
2. ต้องอุปสมบทหรือออกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ภายใน 10 วันนับตั้งแต่วันลา
3. จะต้องกลับมารายตัวกลับเข้าปฎิบัติงานภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ลาสิกขาหรือวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย (โดยทำหนังสือบันทึกข้อความพร้อมแนบสำเนาใบฉายาบัตร หรือหนังสือรับรอง รายงานตัวต่ออธิการบดี)
 ลาไปถือศีลและปฏิบัติธรรม 1. สตรีเท่านั้นที่มีสิทธิ ลาไปถือศีลและปฏิบัติธรรม และปฏิบัติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
2. จะใช้สิทธิได้ต่อเมื่อลาไปถือศีลและปฏิบัติธรรม เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน
3. ต้องเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรับรอง
4. เมื่อไปถือศีลและปฏิบัติเสร็จเรียบร้อย ให้ทำบันทึกข้อความรายงานตัวกลับมาปฏิบัติราชการ พร้อมแนบหนังสือรับรอง หรือประกาศนียบัตร ที่ทางวัดออกให้
 การลาเข้ารับการ
ตรวจเลือกหรือเข้ารับ
การเตรียมพล
1. เมื่อได้รับหมายเรียกให้รายงานลาต่อผู้บังคับบัญชาภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่เวลารับหมายเรียกโดยไม่ต้องรอรับคำสั่งอนุญาต
2. ให้มารายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการภายใน 7 วัน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอาจขยายเวลาให้ได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 15 วัน
 การลาเพื่อดูแลบิดา
หรือมารดา
ไม่มีสิทธิ
 การลาคลอดบุตร มีสิทธิลาคลอดบุตรครั้งหนึ่ง ไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ สามารถลาก่อนหรือหลังวันที่คลอดก็ได้แต่เมื่อรวมวันลาแล้วต้องไม่เกิน 90 วัน
 ลากิจส่วนตัวเพื่อ
เลี้ยงดูบุตรต่อเนื่อง
จากลาคลอดบุตร
กรณี ข้าราชการมีสิทธิลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการคลอดบุตรได้ ไม่เกิน 150 วันทำการ โดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา และไม่มีสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือน
กรณี ลูกจ้างประจำมีสิทธิลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการคลอดบุตร โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้อีกไม่เกิน 30 วันทำการ และให้นับรวมอยู่ในวันลากิจส่วนตัว 45 วันทำการ กรณีดังกล่าวไม่มีสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือน
 การลาไปช่วยเหลือ
ภริยาที่คลอดบุตร
ต้องเป็นลาไปช่วยเหลือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่คลอดบุตร ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อน หรือในวันที่ลาภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คลอดบุตร และมีสิทธิลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตรครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วันทำการ โดยมีเงื่อนไขว่าหากเป็นการลาภายใน 30 วันแรกนับแต่วันที่ภริยาคลอดบุตร จะมีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา
 การลาเพื่อดูแลบุตร
และภรรยาหลังคลอด
ไม่มีสิทธิ
 การลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพ
ด้านอาชีพ
1. ผู้ใดได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการในหน้าที่หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่จนทำให้ตกเป็นผู้ทุพพลภาพหรือพิการ หากประสงค์จะลาไปเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ ต้องเป็นหลักสูตรที่ส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ องค์กรการกุศลอันเป็นสาธารณะ หรือสถาบันที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของทางราชการเป็นผู้จัดหรือร่วมจัด
2. ผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตพิจารณาให้ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการดังกล่าวครึ่งหนึ่งได้ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรที่ประสงค์จะลา แต่ไม่เกิน 12 เดือน โดยมีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา
หมายเหตุ : วัน คือ นับรวมวันหยุด
                 วันทำการ คือ นับเฉพาะวันวันทำการ
                 ปี คือ ปีงบประมาณ (ตั้งแต่ 1 ต.ค. - 30 ก.ย.)
 

 
  
  
 

กองบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
เลขที่ 9 แจ้งวัฒนะ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน จังหวัดกรุงเทพฯ 10220 โทร. 02-5226623

 Human Resource Management Phranakhon Rajabhat University
9 Changwattana Road, Bangkhen Bangkok,Thailand 10220 Tel : (662) 5226623